"เจมส์ จิรายุ" เล่าหมดเคยดื่มหนักทุกคืน ไม่นอนทั้งปี กลับมาร่างทองได้เพราะภรรยา

"เจมส์ จิรายุ" เล่าหมดเคยดื่มหนักทุกคืน ไม่นอนทั้งปี กลับมาร่างทองได้เพราะภรรยา

"เจมส์ จิรายุ" เล่าหมดเคยดื่มหนักทุกคืน ไม่นอนทั้งปี กลับมาร่างทองได้เพราะภรรยา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

On the way with Chom เปิดเบื้องหลัง Six Pack สุดลีนของ “เจมส์ จิรายุ” ใครจะรู้ว่ามีร่างนี้ได้เพราะภรรยาช่วยดึงสติ! เล่าหมดเปลือกกับช่วงชีวิตที่พังที่สุด สังสรรค์ทุกคืนแทบไม่ได้นอนเป็นปี จนสุขภาพพัง ภูมิแพ้กำเริบ กลับมาได้เพราะกฎเหล็กจากภรรยา! วิ่งทุกวัน เล่นเวทประจำ แต่คอเลสเตอรอลสูงปรี้ด! อาจต้องกินยาตลอดชีวิต? พร้อมเปิดเคล็ดลับร่างทอง ต้องยอมรับก่อนว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ แต่ให้เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้จริง สร้างโมเมนตัมให้ตัวเอง แล้วกำลังใจจะพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด

เรื่อง Hyrox เป็นไงบ้าง พอใจไหม ?

เจมส์จิ : หนังชีวิตครับ ไม่พอใจ เพราะว่าตอนแรกตอน Sim (Simulation) คิดว่าง่าย คือผมไม่ได้ซ้อมเอาจริง ๆ ตอนที่ไปคิวบิก ไปเทรน ผมก็ไปแต่ PT แล้วก็เห็นแบบว่า คุณภรรยากับเพื่อน ๆ เขาก็เล่นกัน แล้วผมเคยเล่นคลาสด้วยกันแค่ครั้งเดียวงั้นไม่เคยเล่นเลย แล้วก็เชื่อว่าตัวเองแข็งแรงมาก เพราะว่าวิ่งมา แล้วทุกคนก็จะอวยว่าถ้าเกิดคนวิ่งจะได้เปรียบ พูดอย่างงี้เสมอ เราก็รู้สึกว่าน่าจะได้เปรียบ 

แต่ก็ได้เปรียบจริง ๆ คนวิ่งยังไงก็ได้เปรียบ

เจมส์จิ : ก็จริง แต่ผมว่าครึ่งหนึ่งของการแข่งขันเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าผมแข็งแรงใช่ไหม แล้วก็รู้สึกว่าวิ่งกันมาแล้ว เวทกันมาแล้ว ทุกคนก็อวยนักวิ่งมากว่าน่าจะไปได้ แล้วพอไปจริง ๆ แล้ว จะอ้วก คือผมเพิ่งรู้เลยว่า คือสกิลการทำฐานก็น้อย เพราะว่าเราไม่ได้เข้าและก็ไม่ได้ลองแบบฝึกจริงจัง ผมว่าเวทมันได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มวลกล้ามเนื้อที่มันมากขึ้น แต่พอมาเล่นที่มันเกี่ยวกับ Functional การยก การย้าย มันก็แย่ พอไปลองจริง ๆ แล้ว เพิ่งรู้ว่าผมมีอาการนี้ด้วย ว่าตื่นเต้นมาก คือบรรยากาศมันเร้ามาก ตอนก่อนปล่อยตัว แล้วเขาก็จะมาบรีฟว่าอย่าไปวิ่งเลย วิ่งรอบเดียว ก็จะพูดกันเต็มไปหมดเลย แล้วก็เห็นแบบว่าคนถอดเสื้อกันแล้วก็แบบยืดกัน แล้วเวฟที่ผมอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมผมถึงไปลงเวฟนั้น มันเป็นเวฟที่หาแรงมากเลย คือผมเปิดกันประมาณ 5 เลย ประมาณแบบเพจ 5 เลย แต่เป็น 2 คนที่ช้าที่สุดเขาไปกันหมดแล้ว ผมว่ามันส์ตรงที่ว่าเหมือนกับเหนื่อยจะขาดใจดี แบบว่าชีวิตเหมือนรู้สึกชีวิตมันสบายไป หรือว่าชีวิตมันออกกำลังกายเบาเกินไป อย่าง hyrox พอมันเป็นคู่ แต่ในส่วนตัวนะผมว่าคู่สนุก คือเดี่ยวก็จะถือว่าเป็นบุคคลที่ต้องแข็งแรงมาก และก็ต้อง challenge ตัวเองมาก พอมัน mix ผมว่ามันก็เป็นอะไรที่แบบเพลินดี หมายถึงว่าเหมือนกับเราวิ่งไปกับเพื่อนและก็เล่นไปกับเพื่อน เหนื่อยเราก็พักแต่ไม่มีโอกาสได้พักเลย 

เรื่องหุ่นตอนนี้แฮปปี้หรือว่าจะไปต่ออีก ?

เจมส์จิ : ไปอีกหน่อย โดยรวมอาจจะให้มันเต็มขึ้น แต่ตัวใหญ่ผมว่าน่าจะยากแล้ว เพราะว่าด้วยโครงสร้างกับ genetics ผมว่าถ้าเกิดว่าจะไปกว่านั้นก็คือต้องโหลดเยอะ ซึ่งน่าจะเหนื่อยเกินไปและก็อาจจะไม่ได้ชอบตัวเองขนาดนั้น ทั้งอาหารและก็เวทที่มันต้องแบบสัมพันธ์กันมาก ๆ คือผมใช้หลักว่าอะไรที่ง่าย ๆ เราทำไว้ก่อน พอเราเริ่มจากเลเวลง่าย ๆ มันก็ไม่ได้ยากมาก แต่ว่าพอเลเวลเรามันแบบสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันก็มีความซับซ้อนของมันไปเรื่อย ๆ คือก็ต้องแบบกินให้มากขึ้นและกินต้องบาลานซ์กันกับการที่เราออก ซึ่งมันต้องคำนวณหลายอย่างมากเลย คือเป้าผมอันแรกก่อนที่มันจะมาเป็นหุ่นดีกว่านี้ก่อน ก็คือการที่อยากจะลองว่ามันจะ maintain ได้ยังไง เพราะว่าครั้งแรกที่ผมทำจากที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นซิกแพคเลยแล้วกันและก็รู้สึกว่าจะมีได้ยังไง และก็พอไปทำครั้งแรก แต่ตอนนั้นเป็นการทำที่แบบค่อนข้างเฆี่ยนเลย สมมุติว่าจำกัดเวลาสักประมาณ 2-3 เดือน และก็ฟิสิกส์จัด ๆ เลย อาหารคือถ้าไม่อยากคิดเองก็ไปสั่งเลยว่าต้องการแค่ 1,800 และก็คาร์ดิโอวันละ 500 ก็จบเลย เป็นสูตรสำเร็จเลยแบบว่าต้องการลีนเร็ว ๆ พอ 3 เดือนแล้วมันเห็นจริงข้อดีคือหุ่นดี ข้อเสียคือก็มีเอฟเฟคประมาณหนึ่ง ตาโหล หน้าตอบ คนก็จะทักว่าทำไมดูผอมไป แต่ว่าหุ่นดีจริงนะ ก็ส่งผลต่อสุขภาพประมาณหนึ่งไม่เฮลตี้เท่าไร 

ทุกวันนี้กินกี่เท่า ?

เจมส์จิ : น่าจะประมาณเท่าเดียว คือผมไม่รู้ว่ามันแบบจริงเท็จแค่ไหน แต่อันนี้ผมก็เลยลองมาทำกับตัวเองว่าถ้าฉันกินไม่ถึง คือตอนที่เรากับเทรนเนอร์ ก็จะแบบ 1.5-2 ก็ minimum ต้องกินประมาณนี้ ผมก็เลยลองดูว่าถ้าเกิดว่าผมกินไม่ถึง อาการมันจะเป็นยังไง แต่ว่าเล่นประมาณเดิมเลย ก็ยังไปได้ กับมีบางวันที่อาจจะรู้สึกว่าแบบ recovery ช้า ๆหน่อย แต่ผมก็ tricky ไปกินแบบว่าพวกเวย์ได้ ก็คือไม่ได้แบบซีเรียสที่ต้องแบบ strict แต่ไม่ใช่เป็นสิ่งหลักที่ทำอะไร ก็ยังอยู่ และก็ขึ้นด้วย 

เรื่องอาหารก่อน maintain ยังไงบ้างตอนนี้ ?

เจมส์จิ : ไม่ค่อยนับแคลครับ แต่ว่ากินน้อยอยู่แล้วครับ เพราะว่าคือคุณภรรยาเขาพอเลี้ยงลูกกลางคืน เขาจะมีเวลานอนจนถึงประมาณสัก 10:00 น. อีกรอบหนึ่ง และตอนเช้าผมก็เลยไม่ได้กิน เพราะว่ารอกินตอนเช้า ก็คือพอเขากินอีกทีก็ประมาณ 11:00 น. ก็คือกินมื้อแรกเที่ยง และก็พออีกทีหนึ่งก็ประมาณ 18:00 น. หรือไม่ก็ 20:00 น. และก็เสร็จละ 2 มื้อ คือถามว่ามันสามารถแบบอนุมานแคลได้ด้วยแบบเร็ว ๆ ไหม ก็สามารถทำได้ เป็นคนไม่ได้กินจุบจิบด้วย แต่ว่าสมัยก่อนเป็น กินขนม หมายถึงว่าระหว่างมื้อแต่ว่าตอนนี้ไม่ค่อยเป็น 

เรื่องออกกำลังกายตารางเป็นยังไงบ้าง ?

เจมส์จิ : พยายามทำให้ได้ทุกวัน มี home gym ก็คือตัดเรื่องระยะเวลาการเดินทางออก แต่ถ้าเกิดสมัยก่อนตอนที่อยู่คอนโดก็พยายามพยายามเล่นที่คอนโดเลย พยายามเอาเอาอะไรก็ได้ที่แบบง่ายที่สุดและก็เร็วที่สุดเท่าที่เราจะไปได้ ใน 7 วัน จะแบ่งเป็นว่าวิ่งคือคาร์ดิโออย่างน้อย 2 วันขั้นต่ำ ก็ไม่ว่าจะออกไปวิ่งสวนหรือว่าวิ่งลู่วิ่ง ต้องให้ได้อย่างน้อย 2 วัน ถ้า 3 วันก็ 3-4 วันก็ถือว่าเก่ง และก็เวทนี่ ช่วงนี้ฮิตเวทครับและช่วงนี้แบบศึกษาเวทเยอะ อ่านวิจัยแบบบ้าคลั่ง เรารู้สึกว่าอยากมาทดลองว่ามันได้ไหม ก็เลยเวทประมาณสัก 5 วันและก็ว่ายน้ำวันหนึ่ง คาร์ดิโอ 3 วันโดยประมาณ และก็เวทประมาณ 5 วัน แต่ว่าเวทมันก็ไม่ได้กินเวลาเยอะ ถ้าเกิดว่าเราแบบตั้งใจเล่นที่ไม่เล่นมือถือแล้วกัน ประมาณ 40-45 นาที ไม่เกิน ก็แป๊บเดียวพอเข้าไปแล้วตั้งใจเล่นและก็ออกมา 

แล้วมาสายนี้ได้ยังไง เห็นบอกว่าเมื่อก่อนอดีตเคยอ้วน ?

เจมส์จิ : อดีตเคยอ้วน เรียกว่าจ้ำม่ำ แต่ก็ไม่ได้ไม่ถึงกับอ้วนมาก ก่อนที่จะเริ่มจ้ำม่ำ มันจะมาจากเริ่มจากช่วงผอมมาก่อน พอผอมมาเสร็จปุ๊บ และผมกำลังจะย้ายโรงเรียนเป็นความคิดแบบเหมือนเด็ก ๆ รู้สึกว่าตัวผอมจังเลย กลัวโดนรังแก หลังจากนั้นมาเป็นการเริ่มต้นเล่นฟิตเนสครั้งแรกในชีวิต พยายามเปิดอ่านทุกอย่างในเน็ตในสมัยนั้นที่มีแล้ว ซึ่งสมัยนั้นก็จะมีแบบอาโน พี่อาโนเป็นไอดอล เป็นแบบว่าเพาะกายเลยว่าต้องเล่น 7 เซตโน่นนี่นั่น กินครีเอทีนตั้งแต่อายุ 16 เลยในสมัยนั้น ลองแบบยังไม่มีความรู้ และก็พยายามลองหา และตอนนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นในการเล่น และก็เล่นมาประมาณปี 2 ปี แต่น้ำหนักขึ้นจริง น้ำหนักขึ้น 3 เดือน ขึ้นไป 10 กิโลกรัม คือผมวิ่งมาตั้งแต่ยุคแบบว่าเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ผมไปวิ่งงานหนึ่งมา ไปวิ่งอีเวนต์เลย ก็ไปและก็วิ่ง 5 กิโลเมตรเอง ก็สนุกจัง 

วิ่งครั้งแรกคุณวิ่งได้ 5 กิโลเมตรเลยเหรอ ?

เจมส์จิ : ก็ไปวิ่งงานอีเวนต์ ต้องวิ่ง แต่ว่ามันเด็กมาก แบบ 20 กว่า ตอนนั้นไปได้อยู่แล้ว 20 กว่ามันก็ไม่คิดอะไร ก็วิ่ง เขาให้ทำอะไรเราไปและก็ไปได้ มันก็มันส์ ก็วิ่ง ๆ ไปเถอะ หลังจากงานวิ่งนั้น เราก็ maintain การวิ่งมาประมาณสักปี 2 ปี วิ่งจนคุณภรรยาแบบด่า คือเวลาจะออกจากบ้านหรือกลับบ้าน คือเขาจะจับเวลาว่าถ้าเกิดว่ามันเกินชั่วโมงกับแบบ 10 กว่านาที คือเขาจะรู้แล้วว่าผมวิ่งเกิน 10 กิโลเมตร คือเพราะว่าในช่วง ๆ นั้น ผมบ้าคลั่ง วิ่งวันละ 20 กิโลเมตร กันไปเรื่อย ๆ วิ่งแบบบ้าคลั่ง วิ่งไปเรื่อย ๆ 20 กิโลเมตร ๆ และก็หลัง ๆ มาก็เริ่มแบบค่อย ๆ ทอนลงมาวิ่ง เพราะว่าชอบวิ่งด้วยและก็มันมีความรู้สึกว่าอยากระบายอารมณ์บางอย่างตัวเองออกไปจากงานที่ทำ 

 แล้วมาเล่นเวทได้ยังไง ?

 เจมส์จิ : ก็เป็นคุณภรรยาคนเดิม เขาก็บอกว่าเห็นไหม คนอื่นเขาก็ดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ทำไมไม่เห็นจะแบบว่าทำได้อย่างเขาเลย มีกล้ามอาชีพเราก็อาชีพเรานะ ทำไมไม่ดูแลตัวเอง มาเขาก็ร่ายยาวเป็นพารากราฟเลย สักพักหนึ่งผมก็บอกว่าผมก็เล่นมาตลอด แต่แค่แบบมันไม่ได้มีอะไรอย่างงั้น และเขาก็บอกว่าทำไมจะไม่มี คนอื่นก็ยังมีเลย เขาเริ่มกดดัน ก็เลยก็ได้ กับคุณภรรยาเขาก็ไปเล่นที่คิวบิกก่อน เขาบอกว่างั้นลองไปไหม ผมก็ลองไป ไปเสร็จ วางเป้าหมายกันก่อนไหม เรามีโกลกันก่อนว่าโกลเราจะเป็นยังไง ผมก็แบบอึกอัก ๆ เพราะว่าผมก็รับโจทย์มาจากภรรยา โกลผมเองก็ยังไม่มีหรอก แต่ว่าก็รับโจทย์จากภรรยาก็แบบ ก็คงอยากหุ่นดี ก็คงมีซิกแพค มีกล้าม ก็เข้าโปรแกรมเขาเลย ช่วงนั้นที่บอกว่าเดือด ๆ ก็เป็นอย่างงั้น 

พอเราได้หุ่นนี้มาแล้วมีคนมาขอคำแนะนำไหม ?

เจมส์จิ : มีนะ แต่มันก็แปลก ๆ ดี เพราะว่าปกติไม่ค่อยได้ให้คำแนะนำเพราะว่าเป็นคนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ว่าหลัง ๆ มาเริ่มมีและก็แบบว่า ทำไงอยากได้ แต่ว่าจะมีใน DM ด้วย แต่ว่า DM ผมก็อาจจะไม่ได้ถึงขั้นตอบ ก็อาจจะลองถ้าเกิดมีโอกาส ถ้าสติดี ๆ หน่อยอาจจะทำคลิปบอกได้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นเพื่อนสนิทกัน เราก็จะบอกว่า ผมเริ่มจากหลักว่าเราต้องสร้างแบบแรงบันดาลใจตัวเองก่อน มันดูเป็นแบบฟุ้งมาก ๆ เลย

ช่วงพังสุด ๆ ในชีวิตเลย มีไหมไม่ได้ใส่ใจสุขภาพ ?

เจมส์จิ : มี แต่ไม่ค่อยกล้าเล่า แต่ว่าเดี๋ยวเราเล่าในนี้ละกัน คืออย่างผมว่ามันเป็นช่วงตอนที่หลังจากเข้าวงการบันเทิง และก็น่าจะก่อนที่จะไปเริ่มแบบบ้าคลั่งในการวิ่ง ก็คือเราใช้วิธีการที่แบบว่านั่งสังสรรค์ นั่งดื่ม เพื่อให้มันลืม ความเครียดในงาน หมายถึงว่าพอเราเริ่มแบบมีชื่อเสียงไปสักพักหนึ่ง ตอนนั้นมันก็จะเป็นแบบคนอยากได้อันนั้น อยากได้อันนี้ รู้สึกว่าทำไมทุกคนอยากได้ไปหมดเลย จากเรา และก็ทำไมเราเหนื่อยจังเลย มันก็เป็นแบบ config ทั่วไป ที่ผมว่าทุกคนก็คงน่าจะเจอในมุมของตัวเอง ตอนนั้นผมก็ไปใช้วิธีการแบบก็นั่งสังสรรค์ แต่นั่งสังสรรค์เยอะไปหน่อย ถ่ายละครทุกวัน หลังจากถ่ายละครเสร็จนี่ก็คือสังสรรค์เลย และก่อนไปถ่ายละครก็คือไปอาบน้ำ ยาวเลย ไม่ค่อยได้นอนเลย แต่ว่าก็มานอนตอนมื้ออาหาร เอาตอนเขาพักเช้า พักเที่ยง มุดเข้าใต้โต๊ะและก็หลับยาวเลย ตอนนั้นผมก็เพิ่งมาสังเกตว่ามันมีอาการเดิม ๆ ของผม ที่เช่นแบบภูมิแพ้ สติอะไรนี่เราไม่ต้องพูดถึงแล้วนะ เพราะว่ามันแทบจะไม่มีอยู่แล้ว

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ

อัลบั้มภาพ 6 ภาพ ของ "เจมส์ จิรายุ" เล่าหมดเคยดื่มหนักทุกคืน ไม่นอนทั้งปี กลับมาร่างทองได้เพราะภรรยา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล